การอัพเดต WordPress และ Plugin ด้วยตนเอง

การอัพเดต WordPress
การที่ธุรกิจมีเว็บไซต์ไม่ได้จบเพียงแค่การสร้างเว็บไซต์เสร็จแล้วปล่อยให้ทำงานต่อไป แต่เว็บไซต์จำเป็นต้องมีการดูแลระบบอย่างสม่ำเสมอ หนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่เจ้าของเว็บไซต์ควรรู้คือ การอัพเดต WordPress และ Plugin ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด การอัพเดตระบบช่วยให้เว็บไซต์มีความปลอดภัยมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากช่องโหว่ของระบบ และทำให้เว็บไซต์สามารถทำงานร่วมกับปลั๊กอินหรือธีมเวอร์ชันใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


หากเว็บไซต์ไม่ได้รับการอัพเดตเป็นเวลานาน อาจเกิดปัญหา เช่น

  • เว็บไซต์ถูกโจมตีจากช่องโหว่ของระบบ
  • Plugin ทำงานผิดพลาด
  • เว็บไซต์แสดงผลผิดปกติ
  • เว็บไซต์โหลดช้าหรือเกิด error

ทำไมต้องอัพเดต WordPress และ Plugin

WordPress มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงระบบ เพิ่มความสามารถใหม่ และแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัย การอัพเดตจึงช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้น
ประโยชน์ของการอัพเดต WordPress และ Plugin ได้แก่
  • เพิ่มความปลอดภัยให้เว็บไซต์
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ
  • แก้ไขข้อผิดพลาดของเวอร์ชันก่อนหน้า
  • รองรับ Plugin และ Theme เวอร์ชันใหม่
  • ลดความเสี่ยงจากช่องโหว่ของระบบ
ทำไมต้องอัพเดต WordPress และ Plugin

สิ่งที่ควรทำก่อนอัพเดต WordPress

แม้ว่าการอัพเดต WordPress จะทำได้ง่ายผ่านระบบหลังบ้าน แต่ก่อนอัพเดตควรเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

สำรองข้อมูลเว็บไซต์ (Backup)

การสำรองข้อมูลถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดก่อนการอัพเดต ควรสำรองข้อมูลทั้ง

• ไฟล์เว็บไซต์

• ฐานข้อมูล

หากเกิดปัญหาหลังจากการอัพเดต จะสามารถกู้คืนเว็บไซต์กลับมาใช้งานได้ทันที

ตรวจสอบ Plugin ที่ใช้งาน

Plugin บางตัวอาจไม่รองรับ WordPress เวอร์ชันใหม่ หากอัพเดตโดยไม่ได้ตรวจสอบก่อน อาจทำให้เว็บไซต์เกิดปัญหาหรือทำงานผิดปกติได้จึงควรตรวจสอบว่า Plugin ที่ใช้งานยังมีการพัฒนาและรองรับเวอร์ชันล่าสุดของ WordPress
Update version WordPress

หากขึ้นเป็นรุ่นปัจจุบัน (Current Version)  ถือว่าเป็นอันเสร็จสิ้นการอัพเดต

วิธีอัพเดต WordPress

การอัพเดต WordPress สามารถทำได้ง่ายผ่านหน้า Dashboard โดยมีขั้นตอนดังนี้

1. เข้าสู่ระบบหลังบ้านของ WordPress

2. ไปที่เมนู Dashboard → Updates

3. หากมีเวอร์ชันใหม่ ระบบจะแสดงปุ่ม Update Now

4. คลิกปุ่มเพื่อเริ่มการอัพเดต

Update Version Plugin WordPress

หากเป็น Plug-in ลิขสิทธิ์แท้สามารถอัพเดตได้ทันที

Update Complate

หลังจากอัพเดตจะเป็นดังภาตัวอย่าง

วิธีอัพเดต Plugin

Plugin เป็นส่วนที่ช่วยเพิ่มความสามารถให้เว็บไซต์ เช่น ระบบฟอร์มติดต่อ ระบบ SEO หรือระบบร้านค้าออนไลน์

ขั้นตอนการอัพเดต Plugin มีดังนี้

1. ไปที่เมนู Plugins → Installed Plugins (เวอร์ชั่นปัจจุบันสามารถไปที่อัพเดตในหน้าเดียวกับ WordPress ได้เลย)

2. ตรวจสอบ Plugin ที่มีการแจ้งเตือนให้อัพเดต

3. คลิก Update Now

4. รอให้ระบบดำเนินการจนเสร็จ

ควรอัพเดต WordPress บ่อยแค่ไหน

โดยทั่วไปควรตรวจสอบการอัพเดตอย่างน้อย เดือนละครั้งหรือเมื่อมีการอัพเดตด้านความปลอดภัย (Security Update) การอัพเดตสม่ำเสมอช่วยลดความเสี่ยงที่เว็บไซต์จะถูกโจมตีจากช่องโหว่ของระบบ และช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น
ตัวอย่างเว็บไซต์
บริการออกแบบเว็บไซต์

หากไม่ต้องการดูแลระบบด้วยตนเอง

สำหรับเจ้าของธุรกิจหลายคน การดูแลเว็บไซต์อาจต้องใช้เวลาและความรู้ด้านเทคนิค เช่น การอัพเดตระบบ การตรวจสอบ Plugin และการสำรองข้อมูลเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากปัญหาที่อาจเกิดขึ้น การมีผู้ดูแลเว็บไซต์จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถโฟกัสกับงานหลักได้มากขึ้น สำหรับผู้ใช้บริการกับ Srangweb เรามีระบบดูแลเว็บไซต์หลังบ้าน รวมถึงการอัพเดตปลั๊กอินและการสำรองข้อมูลเว็บไซต์เป็นประจำทุกเดือน เพื่อช่วยลดความกังวลเรื่องปัญหาด้านเทคนิค และทำให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง การมีระบบ Backup ที่สม่ำเสมอช่วยให้สามารถกู้คืนเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็วหากเกิดปัญหา ทำให้ธุรกิจสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

สรุป

การอัพเดต WordPress และ Plugin เป็นส่วนสำคัญของการดูแลเว็บไซต์ เพราะช่วยเพิ่มความปลอดภัยปรับปรุงประสิทธิภาพ ลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับเว็บไซต์ได้  แม้ว่าการอัพเดตจะสามารถทำได้ด้วยตนเองผ่านหน้า Dashboard แต่ควรสำรองข้อมูลก่อนทุกครั้งเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น การดูแลเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพและพร้อมให้บริการผู้ใช้งานอยู่เสมอ

คำถามที่พบบ่อย

มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อ Plugin หรือ Theme ไม่รองรับเวอร์ชันใหม่ จึงควรสำรองข้อมูลก่อนอัพเดตทุกครั้ง

ควรอัพเดต Plugin ที่ยังมีการพัฒนาอยู่ เพราะเวอร์ชันใหม่มักมีการปรับปรุงด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ

เว็บไซต์ที่ไม่ได้อัพเดตเป็นเวลานานอาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและเกิดปัญหาการทำงานของระบบได้